คำแนะนำด้านอาชีพ | 13 February 2019

4 วิธีปรับตัวให้ราบรื่น พร้อมเริ่มงานใหม่ในเดือนแรก

    เป็นที่รู้กันว่าการปรับตัวเข้ากับที่ทำงานใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่ บอสใหม่ อาจจะเป็นปัญหาที่ใหญ่มากสำหรับคนที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องการเข้าสังคม ไม่รู้ว่าจะวางตัวยังไง หรือกำลังเครียดว่าตัวเองปรับตัวเข้ากับพวกเขาได้ไหม ไม่ว่าคุณจะผ่านอะไรมา ทิ้งให้อดีตแย่ๆของคุณเป็นบทเรียน มาเริ่มต้นอนาคตที่สดใสราวกับการเขียนบันทึกหน้าใหม่ลงบนกระดาษแผ่นขาวกันดีกว่า

      หากคุณกำลังอยู่ในช่วงเริ่มงาน คิดจะเปลี่ยนงาน หรือเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังมองหางาน ทาง WorkVenture อยากแนะนำสิ่งที่ควรทำในเดือนแรกของการทำงานใหม่ 4 วิธีพื้นฐานที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญเพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเองให้ชีวิตผ่านไปอย่างราบรื่น

 

สร้างความสัมพันธ์ และไม่กลัวที่จะถาม

ใครๆก็รู้ว่าเมื่อใดที่ได้เริ่มทำการใหม่ หรือสิ่งใหม่ ควรเริ่มต้นที่จะตั้งคำถาม เพื่อทำความรู้จักหรือทำความเข้าใจกับสิ่งนั้น คุณอาจจะเคยรู้หรือผ่านอะไรมาจากที่ทำงานเก่า แต่คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าออฟฟิศและบรรยากาศการทำงานที่ใหม่นี้เค้าทำงานกันอย่างไร ใครมีหน้าที่อะไร หรือแม้แต่ไลฟ์สไตล์ของเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างไร  คุณควรจะสังเกตพฤติกรรมและหาวิธีที่เหมาะสม พร้อมเรียนรู้วิธีการที่จะสื่อสารออกมาอย่างถูกกาลเทศะ เพื่อที่จะปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ แต่ก็ต้องพึงระวังที่จะไม่ถาม “มากเกินไป” จนทำให้คนรอบข้างนั้นรู้สึกเบื่อหน่ายกับบทสนทนา ทำให้ทุกคนมองคุณในแง่ลบ คิดว่าคุณไม่รู้จักกาลเทศะว่าเวลานี้ควรพูดหรือไม่ควรพูดเรื่องอะไร เรื่องนี้ต้องใช้เวลาและเรียนรู้ไปกับสถานการณ์จริงเอง

 

ช่วยทำให้ชีวิตบอส “ง่ายขึ้น”

ไม่ว่าคุณจะมารับตำแหน่งต่อจากใคร หรือว่าเป็นผู้ครองตำแหน่งใหม่เอี่ยม คุณควรช่วยให้คนรอบข้างนั้นทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น แต่อย่าหักโหมจนมากเกินไป เพราะบางทีเราก็ไม่สามารถทำตรงใจตามที่เจ้านายสั่งได้ภายในเดือนเดียว พวกเราจึงควรเริ่มด้วยการอาสาช่วยทำงานเล็กๆน้อยๆ หรือไม่ก็แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่องาน เพื่อให้ได้อยู่ในสายตาเจ้านายและพนักงานคนอื่นๆ ที่สำคัญนอกจากนี้เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างภาวะความเป็นผู้นำ ที่จะค่อยๆปรากฎขึ้นในตัวคุณ

 

หา “เพื่อนร่วมงาน” ที่สามารถไกด์งานให้ได้

ภายใน 1-2 สัปดาห์แรกของการเข้าทำงานใหม่นี้ อย่ามัวก้มหน้านั่งอยู่แต่กับโต๊ะทำงาน คุณควรปลดล็อคตัวเองโดยการออกไปเริ่มสานสัมพันธ์อันดี แม้ว่าคนที่เจอจะอยู่คนละแผนกก็ตาม ยังไงก็ไม่เสียหายถ้าคุณจะยิ้มให้ แนะนำตัวเองสักหน่อย อย่างเช่น ตามห้องกาแฟ หรือสถานที่ต่างๆที่คุณบังเอิญเจอกัน

การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน นอกจากจะช่วยให้เราไม่มีปัญหาในการทำงานแล้ว ยังส่งผลต่อความก้าวหน้าของหน้าที่การงานในอนาคตอีกด้วย นอกจากนี้ก็ควรหาเมนเทอร์ดีๆสักคน ที่สามารถไกด์งานให้คุณได้ เพราะจะทำให้คุณเข้าใจงานมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นอย่าปิดกั้นตัวเอง ลองมองหาใครสักคนที่เต็มใจช่วยเหลือคุณในช่วงแรก อย่างน้อยก็น่าจะมีสักคนแหละ ที่จะกลายเป็นเพื่อน คอยสนับสนุนคุณตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งช่วยให้ตัวคุณพัฒนาและก้าวหน้าขึ้นไปอีก

 

ติดตามความคืบหน้า และวางแผนภาพรวมของตนเอง

ในช่วงเริ่มต้น คุณอาจมีพลังที่เปี่ยมล้นในการทำงานแต่ละวันราวกับมันเป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาจเริ่มรู้สึกเคยชินกับงานและหยุดที่จะพัฒนาตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้น คุณควรติดตามความคืบหน้าของตัวเอง โดยใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์ จนทำให้เป็นนิสัย เพื่อตรวจสอบว่าสิ่งไหนสำเร็จแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโปรเจค ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน หรือกฎกติกาต่างๆในที่ทำงาน เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ความก้าวหน้าของตัวเอง และแน่นอนว่าอาจมีโอกาสที่คุณจะเจอกับปัญหาต่างๆที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับระบบและสภาพแวดล้อมการทำงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์หากคุณสามารถเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และวางแผนการทำงานล่วงหน้ารายสัปดาห์ได้อย่างถูกต้อง

      WorkVenture ขอเป็นกำลังใจให้ชาวออฟฟิศที่เพิ่งเปลี่ยนงานใหม่ หรือกำลังติดอยู่ในภวังค์แห่งการปรับตัว อย่าเครียดจนกดดันตัวเองมากจนเกินไปนะ เราเชื่อว่าคุณจะใช้ประโยชน์จากการปรับตัวและสนุกกับบรรยากาศที่ทำงานใหม่ พร้อมผลักดันตัวเองจนก้าวข้ามสถานการณ์นี้ไปได้อย่างแน่นอน

close
ลงทะเบียนกับ WorkVenture เพื่อค้นหางานใหม่ล่าสุดและอ่านรีวิวบริษัทจากผู้ทำงานจริง