คำแนะนำด้านอาชีพ | 21 October 2016

ทำอย่างไร? เมื่อรู้สึกถึงความไม่แน่นอนในการทำงาน

เคยรู้สึกแบบนี้กันบ้างมั้ยหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งหลาย ความรู้สึกที่ตื่นมาแล้วพบว่ากำลังสับสนและมืดมน… ชนิดที่ว่า นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่นะ!!??เอาล่ะใครที่กำลังรู้สึกอย่างนี้อยู่ละก็ WorkVenture มีคำแนะนำดีๆที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตคุณมาฝากค่ะ

WorkVenture อยากให้คุณลองมองย้อนกลับไปแล้วนึกดูว่าปีที่แล้วได้ทำงานที่มีความสุข หรืองานที่ชอบกี่ชิ้น และลองไตร่ตรองทุกอย่างให้ดีๆค่ะ

สำหรับนักออกแบบผลิตภัณฑ์อย่าง Daniel Kim ได้เล่าว่าเขาชื่นชอบงานในปี 2012 ทั้ง 4 ชิ้นของตัวเองมาก และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา ทำให้เขาคำนวณคร่าวๆว่า เขาจะเหลือเวลาในชีวิตนักออกแบบประมาณ 25 ปี ซึ่งคิดเป็นชิ้นงานกว่าร้อยโครงการ! ฟังดูเหมือนจะเยอะแต่ในช่วงที่ Daniel Kim เป็น CEO ที่บริษัทเกมออนไลน์ Nexon America ทำให้เขาอดที่จะอยู่กับงานออกแบบที่เขารัก (แน่นอนว่างานออกแบบเป็นส่วนหนึ่งที่เขารักมากที่สุด) ทำให้เขารู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป และเขาก็โหยหามันอยู่ตลอดเวลา ด้วยระยะเวลาที่เหลือดังกล่าว เขาลุกขึ้นและบอกกับตัวเองที่หน้ากระจกว่า “เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” จากนั้นในปี 2013 นั้นเองเขาตัดสินพาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เกาหลีใต้ เพื่อทำงานนักออกแบบที่ Daylight Design แทนที่จะอยู่ใน Comfort Zone ด้วยตำแหน่ง CEO สุดหรูที่เดิมต่อไป

 

 

ดังเช่นที่ Nicholas Dillon ผู้ซึ่งเป็น The Believe Coach กล่าวไว้ว่า “เราไม่รู้หรอกว่าต้องการจะเป็นอะไรเมื่อโตขึ้น แต่ที่รู้ก็คือไม่ใช่สิ่งที่ผมเป็น ในปัจจุบัน แน่นอน และผมก็ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่ที่แค่เอาแต่นั่งนับความสำเร็จเหมือนคนทั่วๆ ไปด้วยเช่นกัน”

เมื่อคุณเกิดความรู้สึกว่าไม่อยากทำงาน และคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในสายงานที่ไม่ชอบ คุณจะทำอย่างไร ? ลาออกหรือพยายามทำมันต่อไปเพื่อให้รู้สึกดีกับงานให้ได้ ? สุดท้ายแล้วคุณเองก็คงจะต้องเลือกทำอะไรสักอย่างจนได้ แต่ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ลองมาดูคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญกันก่อนดีกว่า ว่าควรทำอะไรบ้าง

 

ไฮไลท์ปัญหาทั้งหมด!

การที่จะเริ่มแก้ไขปัญหานี้คุณต้องเริ่มด้วยการเจาะไปที่สาเหตุจริงๆของปัญหา มันจะช่วยได้มากถ้าคุณสามารถบอกได้ว่า มีอะไรบ้างที่ทำให้คุณไม่มีความสุข ซึ่งอาจจะเป็นความขัดแย้งระหว่างคุณและคนอื่นๆในบริษัท ซึ่งคุณสามารถรับมือได้ แต่ว่า ถ้าปัญหานั้นคือความรู้สึกของคุณที่รู้สึกว่ากำลังอยู่ในสายงานที่ผิดไปจากความต้องการแล้วล่ะก็ การเปลี่ยนแปลงคือสิ่งจำเป็น!!

 

เริ่มปรับทีละนิด

เมื่อคุณแน่ใจแล้วว่างานที่ทำอยู่ไม่ช่วยเติมเต็มชีวิต คุณอาจเริ่มด้วยการนำสิ่งที่คุณอยากจะทำ เข้ามามีส่วนในการใช้ชีวิตทีละนิด แม้เราไม่สามารถทำงานประจำไปพร้อมกับงานอดิเรกในเวลาเดียวกันได้ แต่คุณควรลองหาเวลาว่างทำกิจกรรมที่คุณชอบ เช่น การทำอาหาร หรือการทำงานศิลปะ โดยมีบทความจากวารสารการงานและการจัดการที่ได้ตีพิมพ์เดือนกันยายนปี 2014 ว่าการหาประสบการณ์ใหม่ๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน จะช่วยเสริมให้คุณมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานมากขึ้น

 

หาประสบการณ์ใหม่ๆ

ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกเติมเต็มและสามารถที่จะทำให้สถานการณ์ในการทำงานดีขึ้น แปลว่าคงถึงเวลาที่คุณต้องเตรียมเปลี่ยนงานใหม่ได้แล้ว โดยเฉพาะถ้าคุณรู้สึกว่าคุณกำลังเดินออกห่างสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ อยู่ละก็ มันก็ถึงเวลาแล้วที่กลับไปสู่สิ่งที่คุณต้องการ โดยคุณอาจะเริ่มจากการหา Connection กับคนใหม่ๆ การเข้าร่วมสัมมนาหรือเวิร์คช็อปต่างๆ ที่จะนำคุณไปสู่สิ่งที่คุณต้องการ

 

 

เพิ่มทักษะให้แน่น

ก่อนอื่นเลยคุณต้องเรียนรู้และเข้าใจในทักษะที่คุณมีก่อน เช่น Shannon Swindle สาวโปรไฟล์ดี ที่ มีทั้งรายรับและสวัสดิการที่ดีพร้อมแต่เธอกลับไม่มีความสุขกับงาน เพราะเธอไม่มีเวลาให้กับลูกของเธอ ยิ่งเมื่อพ่อเธอล้มป่วยลง ยิ่งทำให้เธอรู้สึกกดดัน และรู้ทันทีว่าเธอต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานมากกว่านี้ จนเมื่อพี่ชายของเธอได้เริ่มเปิดบริษัทเกมขึ้นและต้องการคนมาช่วยงานด้านการตลาด ทำให้เธอรู้สึกว่างานด้านนี้เธอถนัดและรู้ว่าควรจะทำอะไรบ้าง ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเข้าร่วมทีมอย่างไม่ลังเล ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนั้นมันเปลี่ยนชีวิตของ Shannon Swindle ไปเลยทีเดียว เพราะเธอได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และรู้สึกถึงความมั่นใจที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีเวลาพอที่จะไปเข้าร่วมกลุ่มสมาคมที่เธอต้องการรวมถึงมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้นด้วย ที่สำคัญเธอยังสามารถปรับใช้ทักษะใหม่ๆ นี้เพื่อทำงานกับบริษัทอื่นได้อีกด้วยในอนาคต

 

ทำแผนสำรอง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะดวงดี ประสบความสำเร็จได้ โดยไม่ได้เตรียมการอะไร ดังนั้นการสร้างแผนงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะการหางานโดยที่ไม่มีเงินนั้นเป็นเรื่องลำบาก ก่อนอื่นเลยคุณต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า ทำไมคุณยังคงอยู่ในงาน เพราะเงินเดือนหรือตำแหน่งหน้าที่การงานรึเปล่า หรือเป็นเพราะคุณกำลังติดอยู่ในวงจรบางอย่างของระบบการทำงาน เมื่อรู้เหตุผลแล้วคุณก็ควรจะคิดต่อว่าสิ่งที่คุณกำลังจะเสี่ยงทำนั้น ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นหรือเปล่า และคุณจะจัดการกับปัญหาที่มาขัดขวางคุณได้อย่างไรบ้าง หลังจากนั้นคุณลองพิจารณาดูว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คุณอยากจะเป็นเชี่ยวชาญมากขึ้นในสายงานเดิม หรือต้องการจะเริ่มสายงานใหม่เลย

หากคุณยังไม่ชัดเจนในตัวคุณเองว่า คุณต้องการจะเลือกทางไหนดี ก็ลองเลือกจัดการกับความรู้สึกก่อน เช่นความรู้สึกที่หมดไฟในงานที่ทำอยู่ หรือความรู้สึกอยากจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งทั้งสองอย่างมันมีวิธีจัดการที่แตกต่างกัน

 

อย่างไรก็ตาม Workventure ขอเอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะออกหรือจะทำงานที่เดิมต่อไป เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีทักษะและความสามารถที่มากพอต่อการทำงานทุกชนิดได้ อยู่ที่ว่าคุณชอบมันมากแค่ไหนเท่านั้นเอง