ข่าวสารใหม่ๆ | 16 August 2021

มาร่วมสร้างประสบการณ์ทำงานที่ดีไปกับมิตรผลกันเถอะ

 

คุณเคยมีที่ทำงานในฝันไหม ? 
ที่ทำงานในฝันของคุณเป็นอย่างไร ?
ที่ทำงานนั้นจะให้อะไรกับคุณบ้าง ?


เชื่อว่าหลายคน มีที่ทำงานในฝันแตกต่างกันไป บางคนอยากได้ที่ทำงานที่เหมือนครอบครัว ที่ทำงานที่ได้ใช้ความสามารถ ได้งานที่ท้าทาย ได้งานที่มีอิสระทางความคิด ที่ทำงานที่มีทรัพยากรเครื่องมือสนับสนุน ที่ให้คุณได้สร้างธุรกิจ ได้เติบโตในเส้นทางอาชีพของคุณ


หากนี้คือ คำตอบ อยากให้นึกถึง “มิตรผล” องค์กรที่เชื่อในคุณค่าของคน พร้อมจะพัฒนาทุกคน ให้เติบโตไปพร้อมกับการขยายธุรกิจ และที่ “มิตรผล” ยังมีวิธีคิดว่าต้องใช้นวัตกรรม “ต่อยอดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อความยั่งยืน” 


เมื่อพูดถึงมิตรผล หลายคนจะต้องนึกถึงนํ้าตาลอย่างแน่นอน แต่ทราบไหมว่า นอกจากน้ำตาล มิตรผลยังมีธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น วัสดุทดแทนไม้ ไฟฟ้าชีวมวล ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เอทานอล ปุ๋ย อาหารสัตว์และยีสต์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากการใช้นวัตกรรมการวิจัยและเทคโนโลยีต่อยอดจากอ้อย หรือที่มิตรผลเรียกว่าแนวทางพัฒนาธุรกิจแบบ “Value Creation” นั่นเอง  และถ้าหากพูดถึงการทำงานที่มิตรผลแล้ว ชื่อของ มิตรผล ถือเป็นหนึ่งในบริษัทในใจของคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ ดูได้จากการที่มิตรผลได้รับคัดเลือกให้อยู่ในลำดับต้น ๆ ของบริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดตลอด แต่ WorkVenture เชื่อว่าก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่อยากรู้แบบลึก ๆ ว่าอะไรที่ทำให้คนสนใจทำงานที่มิตรผลกันเป็นจำนวนมาก การทำงานที่มิตรผลเป็นอย่างไรกันแน่ ซึ่ง WorkVenture ขอตอบเลยว่าที่นี่เน้นความสำเร็จของบุคลากรที่ยั่งยืนผ่าน 4 แนวคิดหลักในการสร้างประสบการณ์ทำงานที่ดีและเข้ากับคนรุ่นใหม่ 
 

ทุกสิ่งเป็นการเรียนรู้ สู่การเป็นพนักงานคุณภาพ

ที่มิตรผลนั้นเน้นอยู่เรื่องหนึ่งซึ่ง WorkVenture มองว่าเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการเป็นอย่างมากคือ อิสระในการคิด ในการทำงาน เพราะเราเพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมา แน่นอนเราย่อมมีช่วงเวลาที่ไอเดียกำลังพลุ่งพล่านอยากจะปลดปล่อยของ อยากจะให้สปอตไลท์ส่องมาที่เราในฐานะผู้นำสิ่งใหม่ๆ มาเสนอให้แก่องค์กร ดังนั้นมิตรผลจึงให้โอกาสในการทำงานด้วยตัวเองกับพนักงานอย่างเต็มที่ อยากคิดอะไร อยากเรียนรู้เรื่องอะไรก็สามารถจัดการด้วยตัวเองได้เลย เพียงแต่ต้องบอกหัวหน้าเรานิดนึง เพื่อให้สนับสนุนเรา โดยมิตรผลได้นำแนวการทำงานแบบ Agile มาใช้ทำในการทำงานในทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว และรวดเร็ว ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงและช่วยในการพัฒนาสนับสนุนปรับปรุงงานของเราให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่มีประสบการณ์มาช่วยชี้แนะ และโค้ช ส่งเสริมพัฒนาทักษะให้เป็นคนที่รู้รอบด้านและหลากหลายเพื่อให้สามารถมองงานที่ทำได้หลายมุมมองมากขึ้น รอบคอบมากขึ้น เมื่องานสำเร็จแล้วก็ยังมีโปรแกรมพัฒนาความเป็นผู้นำอย่าง Mitr Phol Transformational Leadership Program เป็นโปรแกรมพัฒนาผู้นำที่มุ่งเน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับกลุ่มมิตรผล ขับเคลื่อนกลยุทธ์ของธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเรียนรู้มีหลากหลายรูปแบบด้วยหลักสูตรชั้นนำระดับ World Class และฝึกทักษะผ่านการลงมือปฏิบัติจริงจากการทำโครงการตามแนวทาง Design Thinking   มีการนำเสนอผลงานที่ร่วมคิดร่วมสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อต่อยอดการพัฒนาธุรกิจของกลุ่มมิตรผลให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย บอกได้เลยว่าเป็นการพัฒนาที่ทำให้เราเป็นผู้นำที่มีความพร้อมอย่างรอบด้านจริงๆ  

 


 

สร้างโอกาสที่หลากหลาย กระจายสู่ทุกธุรกิจของมิตรผล 

เมื่อพนักงานมีทักษะ ความสามารถพร้อมแล้ว มิตรผลยังจัดวางโอกาสในการเติบโตก้าวหน้าตามสายอาชีพไว้ด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่า มิตรผลเป็นผู้ผลิตนํ้าตาลรายใหญ่ของโลก และมิตรผลไม่ได้มีแค่การผลิตนํ้าตาลนะ จริง ๆ คือมีหลายธุรกิจมากแล้วมารวมกันเรียกว่ากลุ่มมิตรผล โดยต่อยอดจากธุรกิจน้ำตาล มาเป็น ธุรกิจในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (ไฟฟ้าชีวมวล) ด้วยการนำชานอ้อยจากกระบวนการผลิตมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตภายในโรงงาน และได้ส่งไฟฟ้าที่เหลือให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน สำหรับชานอ้อยนี้ สมัยก่อนมิตรผลก็นำไปใช้ผลิตเป็นวัสดุทดแทนไม้ด้วย แต่ปัจจุบันจะใช้เศษไม้ยางพาราที่หมดอายุการให้น้ำยางแล้วมาผลิตแทน ชานอ้อยก็นำไปใช้ผลิตเป็นไฟฟ้าชีวมวลเต็มที่ นอกจากนั้น ยังได้พัฒนาต่อยอดธุรกิจพลังงานหมุนเวียนสู่การผลิตเอทานอล โดยการนำโมลาสที่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตนํ้าตาล มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอลบริสุทธิ์ที่ 95% และ 99.5% เมื่อนำไปผสมกับนํ้ามันเบนซิน ก็จะเป็นนํ้ามันแก๊สโซฮอล์ E10, E20 และ E85 ที่เราใช้กันทุกวันนี้ ซึ่งช่วงวิกฤติ COVID-19 ธุรกิจเอทานอลก็ได้ปรับกระบวนการผลิตมาผลิตเป็นแอลกอฮอล์เกรดสำหรับทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และได้มีโอกาสบริจาคช่วยสังคมด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจปุ๋ยที่นำส่วนที่เหลือจากการผลิตน้ำตาลมาวนใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับพืชไร่ถือเป็นการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรได้แบบไร้ของเหลือทิ้งจริงๆ (Zero waste) พร้อมเปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีคุณค่า แต่ยังไม่หมดนะ ยังมีธุรกิจยีสต์ และสารสกัดจากยีสต์ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับกระบวนการผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นส่วนผสมสำหรับอาหารสัตว์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ กลุ่มมิตรผลยังมีการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ได้แก่ จีน ลาว ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้พนักงานมีโอกาสเติบโตตามเส้นทางอาชีพไปพร้อมกับการขยายธุรกิจของกลุ่มมิตรผล

 

 

ฝึกคิดแบบผู้นำ มองปัญหาเป็นความท้าทาย 

ในการทำงานจริงคงไม่ได้ราบรื่นไปเสียหมด แต่ทำอย่างไรเราถึงจะแก้ปัญหาได้เร็วที่สุด และบรรลุเป้าหมายให้สำเร็จ ที่มิตรผลเราสนับสนุนให้พนักงานได้คิดเพื่อที่จะเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้กับความท้าทายต่าง ๆ ที่เข้ามา จะมีเวทีการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กรให้โอกาสพนักงานในการปลดปล่อยศักยภาพ โดยนำผลงานผ่านการจัดงานประกวดผลงานนวัตกรรม Mitr Phol Innovation Awards เพื่อสร้างความท้าทายใหม่ ๆ และสร้างความเป็นเลิศของนวัตกรรมภายในองค์กร โดยผู้ที่ได้รางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภทการประกวดจะได้โอกาสไปศึกษาดูงานนวัตกรรมต่อในต่างประเทศ เพื่อต่อยอดทางความคิดเชิงนวัตกรรมเพื่อนำมาสู้และรับมือมือกับความท้าทายของโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน ตัวอย่างประเภทผลงานการประกวดก็เช่น การคิดหากระบวนการใหม่ (New Process Excellence) ผลิตภัณฑ์และการบริการใหม่ (New Product and Service Excellence) และการพัฒนาธุรกิจใหม่ (New Business Excellence) เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นการทำให้พนักงานรู้สึกว่าสิ่งที่คิดและเสนอนั้นสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง สร้างคุณค่า สร้างธุรกิจใหม่ New S-curve ให้กับกลุ่มมิตรผล และองค์กรมองเห็นในคุณค่าของงานของเราด้วย เจ๋งไหมล่ะ 

 

 

วางเป้าหมายและการเติบโตไปพร้อมกับพนักงาน 

อีกเรื่องหนึ่งคือวัฒนธรรมองค์กร MITR Beyond ของมิตรผล การสร้างความเชื่อมั่นว่าพนักงานและองค์กรจะสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ อย่างที่ WorkVenture ได้เล่าให้ฟังว่าที่มิตรผลนั้นเน้นช่วยพนักงานตั้งแต่เข้ามาให้ได้เรียนรู้ในงานและทักษะที่ตนอยากเรียนไปจนถึงการพัฒนาทักษะต่อยอดให้โอกาสในการเติบโตภายใต้กลุ่มมิตรผล โดยการันตีความใส่ใจพนักงานจากรางวัล Best Employer ถึง 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2559- 2561 และมิตรผลยังได้รางวัล Best Employer for Gen Y นอกเหนือจากการดูแลให้พนักงานเติบโต มิตรผลยังส่งเสริมให้พนักงานใส่ใจช่วยเหลือสังคมด้วยการดำเนินงานผ่านการทำโครงการมิตรอาสาเพื่อสังคม จะเห็นว่ามิตรผลมีเป้าหมายที่มุ่งมั่นในการปลูกความรู้ ความสามารถ ให้พนักงาน เพื่อส่งมอบคุณค่าให้กับสังคมไทย ภายใต้เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ “Cultivating for All” ซึ่ง WorkVenture จะหาโอกาสมาเล่าในโอกาสต่อๆไปนะ 

 

 

เป็นอย่างไรก็บ้างกับการสร้างประสบการณ์ทำงานที่ดีให้พนักงานในแบบของมิตรผลซึ่งที่เล่ามาเป็นองค์กรมิตรผลจริง ๆ มีพนักงานมากมายที่ได้รับประสบการณ์การทำงานที่ดีจากมิตรผล แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะรับประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้แล้วหรือยัง

close
ลงทะเบียนกับ WorkVenture เพื่อค้นหางานใหม่ล่าสุดและอ่านรีวิวบริษัทจากผู้ทำงานจริง
close