คนหนึ่งคน... ไม่ได้มีแค่บทบาทเดียวในชีวิต เพราะในแต่ละวัน หลายคนต้องสลับบทบาทระหว่างการเป็นหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน แม่ หรือภรรยา แต่ท่ามกลางความรับผิดชอบเหล่านั้น ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือการได้เป็น “ตัวเอง”
เช้าส่งลูกไปโรงเรียน บ่ายเข้าประชุมโปรเจกต์สเกลยักษ์ เย็นกลับมาทำหน้าที่ภรรยาและคุณแม่ ชีวิตวนลูปแบบนี้จนบางทีพวกเราก็เผลอทำตัวตนหล่นหายไปในกองงาน
วันนี้ Workventure ชวนมาฟังเรื่องราวของพี่ตุ๊ ภรณี อุกฤษฏ์ ผู้จัดการฝ่าย B2B Business Management จากบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ในวัย 44 ปี กับมุมมองเรื่องการทำงาน การดูแลตัวเอง และ Work-Life Balance ที่ช่วยให้เธอสามารถเติบโตในหน้าที่การงาน โดยไม่ต้องทิ้งบทบาทสำคัญอื่น ๆ ในชีวิตไว้ข้างหลัง
เมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือน: จุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้ว่า “งานที่ดี” ต้องเริ่มจากสุขภาพที่ดี
ก่อนจะมาเป็นสายลุยที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พี่ตุ๊เคยผ่านช่วงเวลาที่ร่างกายส่งสัญญาณประท้วงมาก่อน
“พี่เคยไม่สบายติด ๆ กันหลายครั้งจนต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่าทำไมอายุเท่านี้แต่ร่างกายอ่อนแอจัง”
ความรู้สึกในวันนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พี่ตุ๊ลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง จากเดิมที่ออกกำลังกายเป็นครั้งคราว พี่ตุ๊เริ่มเปลี่ยนการดูแลสุขภาพให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพราะเธอค้นพบว่า เมื่อร่างกายแข็งแรง ก็จะมีพลังมากขึ้นในการทำงาน บริหารทีม และรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ในชีวิต
ถ้าสิ่งไหนสำคัญ... สิ่งนั้นต้องมีอยู่ใน Schedule
หลายคนมักบอกว่าไม่มีเวลา แต่พี่ตุ๊กลับกล่าวว่า “พี่ถือคติ ว่าถ้าเราคิดว่าอะไรสำคัญกับตัวเรา เราจะลง Schedule สิ่งนั้นในตารางชีวิตเสมอ”
ที่อายิโนะโมะโต๊ะ พี่ตุ๊ไม่ได้รอให้งานว่างแล้วค่อยจัดสรรเวลาให้ตัวเอง แต่พี่ตุ๊เลือกที่จะลงตารางให้กับการดูแลสุขภาพเหมือนกับภารกิจสำคัญอื่น ๆ
Work-Life Balance และ Well-being ที่ Ajinomoto ตั้งใจสร้างให้พนักงานเติบโต
ที่อายิโนะโมะโต๊ะเชื่อว่าการเติบโตที่ยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงการก้าวหน้าในอาชีพเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการที่พนักงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี สามารถใช้ชีวิตในบทบาทต่าง ๆ ได้อย่างสมดุล แนวคิดเรื่อง Well-being และ Work-Life Balance จึงถูกสะท้อนผ่านทั้งสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีความยืดหยุ่น และสวัสดิการที่สนับสนุนคุณภาพชีวิตของพนักงาน
Flexible Time ที่เข้าใจชีวิตจริงของคนทำงาน : สำหรับพี่ตุ๊ การต้องไปส่งลูกสองคนในตอนเช้าทำให้การเข้างาน 8 โมงตรงเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ด้วยความยืดหยุ่นด้านเวลาทำงาน จึงสามารถปรับเวลาเข้างานเป็น 8.30 น. ได้ หลังเลิกงาน 17.30 น. พี่ตุ๊ยังสามารถแวะออกกำลังกายที่ฟิตเนสภายในออฟฟิศก่อนกลับบ้าน และกลับไปทำหน้าที่คุณแม่ได้อย่างเต็มที่
Flexible Benefit ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ : นอกจากฟิตเนสภายในบริษัทแล้ว ยังมีสวัสดิการค่าใช้จ่ายที่เปิดโอกาสให้พนักงานนำไปใช้กับกิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เช่น การสมัครคอร์สออกกำลังกาย ฯลฯ เพราะการดูแลสุขภาพของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน การมีทางเลือกที่หลากหลายจึงช่วยให้พนักงานสามารถออกแบบวิธีดูแลตัวเองในรูปแบบที่เหมาะกับชีวิตของตัวเองได้มากขึ้น และเมื่อพนักงานได้เติมพลังให้ตัวเอง พวกเขาก็จะสามารถส่งต่อพลังนั้นให้กับทีม คนรอบข้าง และสร้างคุณค่าได้มากขึ้นในทุกบทบาทของชีวิต
ก่อนจากกัน พี่ตุ๊ฝากข้อคิดที่น่าประทับใจไว้ว่า
ในวันที่เราเป็นทั้งหัวหน้า แม่ ภรรยา และลูก คำถามคือบทบาทการเป็นตัวเราเองมีหรือยัง
การดูแลตัวเองจึงไม่ใช่แค่เรื่องรูปลักษณ์ภายนอก แต่รวมไปถึงการรักษาพลังกาย พลังใจให้แข็งแรง เพื่อให้เราภูมิใจว่านี่คือชีวิตที่เราสร้างขึ้นมา
เรื่องราวของพี่ตุ๊สะท้อนให้เห็นอีกมุมหนึ่งของชีวิตการทำงานที่อายิโนะโมะโต๊ะ ว่าการเติบโตในอาชีพสามารถเดินไปพร้อมกับการดูแลสุขภาพ ครอบครัว และชีวิตส่วนตัวได้
ถ้าเพื่อน ๆ อยากทำงานในบรรยากาศที่สนับสนุน Work-Life Balance ที่ Ajinomoto อาจจะเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ
ตามไปดูวิดีโอเต็ม ๆ กันได้เลย https://youtu.be/p8-c4-i9WkU?si=9KR35eOTnigj5bbC







