ที่ Thaioil สายไหนก็ใช่! WorkVenture พาบุกออฟฟิศ Thaioil กับเส้นทางอาชีพที่พิสูจน์ว่า “วิธีคิด” สำคัญกว่า “ชื่อคณะ” - ภาพประกอบที่ 1

ข้ามสายงาน ไม่ใช่การนับหนึ่งใหม่: พลิก "ต้นทุนเดิม" สู่บทบาทใหม่ที่ Thaioil

การกล้าก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคยคือโจทย์สุดท้าทายในยุคนี้! แต่ที่ไทยออยล์ การเปลี่ยนสายงานไม่ได้แปลว่าต้องฉีกตำราทิ้งแล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่คือการดึงเอา "ต้นทุนเดิม" มาต่อยอดใน "บริบทใหม่" แม้จะมาจากสายงานที่ต่างกันสุดขั้ว แต่สุดท้ายทุกเส้นทางก็สามารถจูนเข้าหากันเพื่อตอบ “โจทย์เดียวกัน” ได้อย่างลงตัว

อย่าง คุณบดินทร์ (Assistant Manager - Data Science) ตัวแทนของคนข้ามสายอย่างสิ้นเชิง จากอดีตวิศวกรเคมีโรงกลั่น ผันตัวมาสวมบทบาทนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล เขาไม่ได้มองว่านี่คือการเริ่มจากศูนย์ แต่ดึงเอา “Engineering Sense” มาเป็นอาวุธลับ ช่วยให้อ่านโครงสร้างธุรกิจขาด วิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ และจับเทคโนโลยี AI มาเชื่อมโยงกับการทำงานจริงหน้างานได้อย่างไร้รอยต่อ

ตัดภาพมาที่ฝั่งสนับสนุนอย่าง คุณกันต์ธีทัต (PM Business Partner Coordinator) ที่ฉีกกรอบจากสาย Finance สู่บทบาท HRBP เขาพลิกจุดแข็งด้านตรรกะตัวเลขและการมองภาพรวมธุรกิจ มาเป็นกลยุทธ์เจ๋ง ๆ ในการบริหาร “คน” ทำให้ทุกการตัดสินใจของ HR เฉียบคม และตอบโจทย์เป้าหมายการเติบโตขององค์กรได้อย่างแม่นยำ

แม้เส้นทางของทั้งคู่จะดูเหมือนอยู่กันคนละขั้ว แต่เมื่อมองลึกลงไปกลับพบว่า "ความรู้เดิมไม่เคยหายไปไหน" และเมื่อตรรกะ Data จากวิศวกร ต้องมาจับมือกับทักษะ People จากนักการเงิน จุดแข็งที่แตกต่างจึงกลายมาเป็น "สูตรผสมที่ลงตัว" บนโต๊ะทำงานเดียวกัน เพื่อร่วมกันสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับองค์กร!

ที่ Thaioil สายไหนก็ใช่! WorkVenture พาบุกออฟฟิศ Thaioil กับเส้นทางอาชีพที่พิสูจน์ว่า “วิธีคิด” สำคัญกว่า “ชื่อคณะ” - ข้ามสายงาน ไม่ใช่การนับหนึ่งใหม่: พลิก "ต้นทุนเดิม" สู่บทบาทใหม่ที่ Thaioil

หน้างานไม่มีสูตรสำเร็จ: เมื่อ "mindset" สำคัญกว่าคำว่าจบตรงสาย

ข้ามมาดูฝั่งของคนทำงานหน้างาน Operation อย่าง คุณทรงวุฒิ (Assistant Manager Lorry Loading) และ คุณกิจจา (Lorry Loading Supervisor) แม้ทั้งคู่จะไม่ได้จบตรงสายงานเลย แต่ใช้ระบบคิด วินัย และทัศนคติเชิงบวกจนเป็นตัวจริงหน้างาน 

ทั้งคู่ได้เล่าว่า สิ่งสำคัญที่นำมาต่อยอดในการทำงานไม่ใช่แค่ความรู้เฉพาะทาง แต่คือการดึงจุดแข็งเดิมของตัวเองมาประยุกต์ใช้ คุณทรงวุฒิเน้นไปที่กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบและความรอบคอบมาเป็นแกนหลัก ขณะที่คุณกิจจาก็ได้นำพื้นฐานด้านไฟฟ้ามาปรับใช้ ควบคู่ไปกับการเปิดรับความรู้ใหม่ๆจากรุ่นพี่ผู้เชี่ยวชาญภาคสนามอยู่เสมอ

เพราะงานหน้างานไม่มี “สูตรสำเร็จรูป” ให้ลอกตาม บทเรียนจริงจึงเกิดจากการเจอพื้นที่จริง ปัญหาจริง และผู้คนที่หลากหลาย สิ่งที่ทำให้คนสองคนที่มาจากต่างสายทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว จึงไม่ใช่คำว่า “จบอะไรมา” แต่คือความรับผิดชอบ การสื่อสาร และหัวใจที่พร้อมจะเรียนรู้ไปด้วยกันในทุก ๆ วัน
 

ที่ Thaioil สายไหนก็ใช่! WorkVenture พาบุกออฟฟิศ Thaioil กับเส้นทางอาชีพที่พิสูจน์ว่า “วิธีคิด” สำคัญกว่า “ชื่อคณะ” - หน้างานไม่มีสูตรสำเร็จ: เมื่อ "mindset" สำคัญกว่าคำว่าจบตรงสาย

Thaioil New-Gen Representative 2026 

ต่อยอดความรู้ ให้ก้าวไปได้ไกลกว่าทฤษฎีในห้องเรียน

ขยับมาที่ตัวแทนคนรุ่นใหม่ การจบตรงสายไม่ได้แปลว่ากรอบความรู้ความรู้จะถูกหยุดไว้แค่ในตำรา เพราะทฤษฎีจากมหาวิทยาลัยคือ “ฐานที่มั่นคง” แต่การทำงานจริงต่างหากคือ “ห้องเรียนขนาดใหญ่” ที่หล่อหลอมให้พวกเขาก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม

เริ่มที่สายงานจัดซื้อที่ต้องดีลกับคนรอบทิศทางอย่าง คุณชาลิสา (Buyer)  ที่จบบริหารธุรกิจระหว่างประเทศมาตรงสาย ก็นำทักษะการประสานงานและการดีลธุรกิจมาใช้ออกแบบ Solution งานจัดซื้ออุปกรณ์แล็บและระบบดิจิทัลได้อย่างลงตัว แม้ทฤษฎีจะให้กรอบคิดเรื่องธุรกิจ แต่หน้างานจริงได้สอนศิลปะการเจรจาต่อรอง การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ท้าทายและไม่เคยซ้ำกันเลยในแต่ละวัน

เช่นเดียวกับสาย Specialist อย่าง คุณอัยฬวิน (Occupational Safety and Fire Specialist) ผู้จบด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมาโดยตรง บอกกับเราว่าความรู้ในห้องเรียนคือฐานแน่นๆ แต่เมื่อต้องลงสนามจริง ทุกอย่างคือบททดสอบที่ต้องอัปเดตตลอดเวลา ทั้งกฎหมาย มาตรฐาน เทคโนโลยี ไปจนถึงผู้คนที่ต้องประสานงานด้วย ทุกความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นโจทย์ท้าทายให้เขาไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง

หัวใจสำคัญในการทำงานของคนรุ่นใหม่ จึงไม่ใช่การยึดติดอยู่กับสิ่งที่เรียนมา แต่คือการมี "ทักษะการเรียนรู้เชิงรุก" ที่พร้อมจะเปลี่ยนองค์ความรู้บนหน้ากระดาษ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่สร้าง Impact ได้อย่างแท้จริง

ที่ Thaioil สายไหนก็ใช่! WorkVenture พาบุกออฟฟิศ Thaioil กับเส้นทางอาชีพที่พิสูจน์ว่า “วิธีคิด” สำคัญกว่า “ชื่อคณะ” - Thaioil New-Gen Representative 2026

ตรงสายแต่ไม่ติดกรอบ: เปลี่ยนองค์ความรู้ สู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ให้ Thaioil

ปิดท้ายด้วยสายงานวิเคราะห์และวิจัย (R&D) ฟันเฟืองสำคัญเบื้องหลังการสร้างสรรค์นวัตกรรม ของไทยออยล์ แม้ทั้ง 3 คนจะทำงานตรงสายแบบ 100% แต่โจทย์ท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่การยึดติดกับตำราเดิม ๆ แต่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดเพื่อเปลี่ยนทฤษฎีบนกระดาษให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ
 

เริ่มที่ คุณฤทธิเดช (Team Analyst) ผู้ประยุกต์ใช้กระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลผลิตภัณฑ์ในเครือ TOP Group พร้อมเน้นย้ำเรื่อง “Teamwork” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและซัพพอร์ตกันในทุกก้าว

ส่วนด้านงานวิจัยนวัตกรรม คุณจิรวดี และ คุณสิปปกร สอง Assistant Researcher ที่ฉายภาพตรงกันว่า งานวิจัยยุคใหม่ไม่ได้จบอยู่แค่ในห้องทดลอง ทั้งคู่นำตรรกะทางเคมีมาหล่อหลอมเป็นกระบวนการคิดที่เป็นระบบ ควบคู่ไปกับการลงลึกถึง Raw Material และ “อินไซต์ของผู้ใช้งานจริง” เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ Product-Market Fit ได้อย่างแม่นยำ

“เพราะในยุคที่ AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ทักษะที่ทำให้เราโดดเด่นและสร้างคุณค่าได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในหลอดทดลอง แต่คือ ‘การเข้าใจคน’ และการเปลี่ยนความต้องการของตลาดให้กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ของไทยออยล์”

นี่คือบทพิสูจน์ว่า สายงานวิเคราะห์และวิจัยที่ไทยออยล์ ไม่ได้วัดผลความสำเร็จกันแค่ตัวเลขบนรายงานการทดสอบ แต่คือการเปลี่ยน “องค์ความรู้” สู่ “การประยุกต์ใช้” โดยผสานตรรกะทางวิทยาศาสตร์เข้ากับความเข้าใจผู้คน เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าและขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ
 

ที่ Thaioil สายไหนก็ใช่! WorkVenture พาบุกออฟฟิศ Thaioil กับเส้นทางอาชีพที่พิสูจน์ว่า “วิธีคิด” สำคัญกว่า “ชื่อคณะ” - ตรงสายแต่ไม่ติดกรอบ: เปลี่ยนองค์ความรู้ สู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ให้ Thaioil
 ไม่ว่าจะจบมาสายไหนสุดท้ายทุกคนมาเจอกันที่โต๊ะเดียวกัน

เบื้องหลังเส้นทางที่แตกต่างของทั้ง 9 คน มีความจริงหนึ่งที่ WorkVenture อยากชี้ให้เห็นคือ ไม่ว่าจะเริ่มต้นมาแบบตรงสายหรือข้ามสายมา ท้ายที่สุดแล้วที่ไทยออยล์... ไม่มีใครต้องทำงานเพียงลำพัง

ที่ไทยออยล์วิศวกรเคมีที่ผันตัวไปสาย Data ต้องนั่งคุยกับทีม Operation หน้าโรงกลั่นเพื่อให้ Dashboard นำไปใช้ได้จริง นักการเงินที่ข้ามมาเป็น HR ต้องเข้าใจทั้งตัวเลขและผู้คนไปพร้อมกัน หรือทีม Safety ก็ต้องทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับทีมจัดซื้อเพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่ปลอดภัยและมาถึงตรงเวลา สิ่งเหล่านี้คือบทพิสูจน์ว่า “สายไหนก็ใช่” ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่เป็นวิธีการทำงานจริงที่เกิดขึ้นทุกวัน

ในทุกมุมของไทยออยล์ หากวันนี้คุณเคยลังเลและตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ไม่ได้จบตรงสาย จะทำงานที่นี่ได้ไหม?”

คำตอบของไทยออยล์ไม่ได้อยู่ที่ว่า “คุณจบอะไรมา” แต่อยู่ที่ “คุณมีศักยภาพอะไร และพร้อมจะนำไปต่อยอดได้ไกลแค่ไหน” เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าเส้นทางเริ่มต้นของเราจะต่างกันแค่ไหน แต่สุดท้ายเราทุกคนจะมานั่งอยู่บน “โต๊ะเดียวกัน” เพื่อร่วมกันแก้โจทย์เดียวกัน